การเตรียมไฟล์เพื่องานพิมพ์ (ตอนที่ 2)
ผมจะขอเริ่มเขียนถึงการเตรียมไฟล์เพื่องานพิมพ์ตามแนวทางที่ Adobe กำหนด และพูดถึงความสามารถและการใช้งานที่ CS4 เป็นหลัก ซึ่งความเป็นจริงแล้ว Adobe ได้ทำการเขียนคู่มือการเตรียมไฟล์ และคู่มือการใช้งานมาให้ผู้ใช้งานได้ศึกษากัน ซึ่งสามารถเข้าไปดาวน์โหลดมาอ่านกันได้ ที่นี่
การเตรียมไฟล์จากการทำงานด้วยเครื่องมือในชุด CS4 ที่ประกอบไปด้วย Photoshop, Illustrator และ InDesign นั้นมีส่วนประกอบที่สำคัญดังนี้
1. การจัดการสี
2. การกำหนดค่าการ Output เป็น PDF
3. การจัดการเรื่อง Transparencซึ่ง 3 ส่วนนี้หากเราสามารถทำความเข้าใจได้อย่างถูกต้อง และทราบถึงข้อจำกัดที่สามารถทำได้ ก็จะทำให้กระบวนงานของเราราบรื่นไม่ต้องมาทะเลาะกันกับเรื่องที่เข้าใจใจไม่ตรงกัน หรือการที่ทะเลาะกันโดยใช้จุดยืนคนละจุด
การจัดการสี
ผมคงจะไมพูดถึงรายละเอียดในการจัดการสีมากนักเพราะผมต้องการให้ไปอ่านหนังสือ การจัดการสีเพื่องานกราฟิก ที่เขียนโดย DD ผู้เชี่ยวชาญของ Thai Adobe User Group เพื่อที่จะได้ทำความเข้าใจในเรื่องการจัดการสีซึ่งดูเหมือนเป้นเรื่องซับซ้อน แต่ความเป็นจริงแล้วคนที่ทำงานในส่วนการเตรียมพิมพ์นั้นมีเรื่องที่ต้องทำความเข้ใจในประเด็นหลักๆ อยู่ 2 ประการเท่านั้น คือต้องแยกให้ออกว่า Assign Profile กับ Convert Profile ต่างกันอย่างไร เพราะเรื่องนี้แหละ ที่จะเป้นหัวใจสำคัญของการจัดการสีในการทำงานกับโปรแกรมของ Adobe
กำหนดการตั้งค่าสีของโปรแกรมให้เหมือนกัน
เริ่มการทำงานด้วยโปรแกรม Bridge CS4 ที่วันนี้คนที่จะใช้เครื่องมือของ Adobe ไม่ควรจะปฏิเสธการใช้งาน วันนี้ก่อนเริ่มงานอะไร เรามาเริ่มกันที่ Adobe Bridge CS4 เพราะเครื่องนี้เป็นสะพานเชื่อมที่จะทำให้การทำงานของ CS4 สมบูรณ์ เพราะที่นี่เราสามารถกำหนดการตั้งค่าสี Working Spaces สำหรับทุกๆ โปรแกรมให้ใช้ขอบเขตการจัดการสีเดียวกัน ซึ่งหากเราไม่ทำการปรับแต่งการกำหนดค่ามาจากโรงงานของ Adobe คือการตั้งให้ทุกโปรแกรมทำงานในระบบการจัดการสีของอเมริกา เพราะ Adobe เป็นบริษัทในอเมริกา ดังนั้นเพื่อให้เขากับการทำงานในสภาพแวดล้อมของบ้านเรา จึงได้ขอความร่วมมือมายังผู้ใช้ทุกท่าน ช่วยกำหนดไว้ที่ Europe Prepress2 เพราะเราจะได้อ้างอิงจากข้อมูลเดียวกัน ซึ่งเมื่อเราเลือกที่นี่แล้ว ทุกๆ โปรแกรม ไม่ว่าจะเป็น Photoshop, Illustrator หรือ InDesignก็จะทำงานอยู่ในระบบสีเดียวกัน เราก็จะสามารถแก้ปัญหาเบื้องต้นไปได้เปลาะหนึ่ง
การที่เราได้มีการกำหนดค่า Working Spaces ให้เหมือนๆ กันทุกคน จะทำให้เราสามารถนำงานของแต่ละคนมาใช้ร่วมกันได้ เช่นไฟล์ที่นักออกแบบทำสามารถส่งมาให้ร้านแยกสีได้โดยไม่เปลี่ยนข้อมูลสี แล้วส่งต่อๆ ไป ก็จะไม่มีปัญหาเรื่องข้อมูลสีที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งผมจะอธิบายการส่งผ่านข้อมูลของสีจากคนหนึ่งไปยังอีกคนหนึ่งในตอนต่อไป
(อ่านต่อตอนที่ 3)
การเตรียมไฟล์เพื่องานพิมพ์ (ตอนที่ 1)
ผมเขียนบทความที่เป็นเนื้อหาแบบนี้หลายครั้งหลายครา ตั้งแต่ Adobe CS จนมาถึง CS4 ก็เป็นเวลาประมาณ 6 ปี แต่ในอุตสาหกรรมการเตรียมพิมพ์ในบ้านเรา ก็ยังคงใช้ประสบการณ์เดิมๆ ในการทำงานความเชื่อในบุคคลากรเก่าๆ ที่ไม่ได้ติดตามเทคโนโลยี โดยไม่ได้ศึกษารายละเอียดของการพัฒนาการของซอฟท์แวร์ จากเวอร์ชั่นหนึ่ง ไปยังเวอร์ชั่นหนึ่ง หลายคนที่ทำงานด้านนี้เข้าใจว่าการเปลี่ยนแปลงแต่ละเวอร์ชั่นเป็นเพียงแค่การใส่เครื่องมือใหม่ๆ หรือหน้าตาใหม่ๆ เท่านั้น แต่ความจริงแล้วผู้ที่พัฒนาซอฟท์แว์เขาได้มีการพัฒนาโดยการปรับเปลี่ยนระบบการทำงานเพื่อให้สอดคล้องกับระบบปฎิบัติการ และฮาร์ดแวร์ รวมไปถึงการปรับปรุงเพื่อแก้ไขข้อบกพร่องหรือข้อจำกัดในเวอร์ชั่นก่อนหน้านี้ เหมือนกับการพัฒนาการของ ระบบ PDF ที่เราเริ่มรู้จักจาก PDF/X-1a และมาวันนี้เราจะต้องมาเรียนรู้กับการทำงานของ PDF/X-4 ทีออกมาแก้ปัญหาเรื่องTransparencyที่มักเป็นหนึ่งในปัญหายอดฮิตของการ Output
ผมจะเขียนบทความนี้เป็น 2 แนวทาง โดยแนวทางแรกจะเป็นการทำงานตามมาตรฐานของผู้พัฒนาซอฟท์แวร์ และอีกแนวทางหนึ่งจะเป็นการเขียนโดยใช้ความรู้จากมาตรฐานมาปรับให้เข้ากับวิธีการใช้งานที่ผิดๆ ของคนใช้งานในบ้านเราตั้งแต่คนที่ออกแบบเริ่มต้น ไปจนถึงคนที่ทำงานในระบบเตรียมพิมพ์ ที่ต้องกล่าวเช่นนี้เพราะผมพยายามรณรงค์ให้ทำงานกันแบบถูกต้องแต่ก็มีพวกมากประสบการณ์บอกว่าทำแบบที่เคยทำ หรือทำอย่างนี้มานานทำไมต้องเปลี่ยน ซึ่งความคิดแบบนี้มักจะเป็นความคิดของคนที่ไม่รู้เรื่องจริงและก้ทำให้การที่เราจะพัฒนาการทำงานที่ถูกต้อง และลดต้นทุนทำได้ยาก ดังนั้นไหนๆก็อยากจะแก้ปัญหาโดยไม่นำพาหลักการที่แท้จริง ผมก็มีความจำเป็นต้องหาวิธีเขียนการใช้งานให้กับพวกบัวปริ่มน้ำทำงานแก้ขัดไปพลางๆ เพราะเมื่อพ้นน้ำมาเมื่อไร ก็จะมาใช้แนวทางที่ถูกต้องผลที่ได้ก็คือ ไม่ต้องมาเสียค่าใช้จ่ายอย่างไม่จำเป็น เช่น ค่าจ้างล่วงเวลา ค่าปรู๊ฟสีหลายๆครั้งที่ไม่ได้ตามต้องการ ค่าพนักงานส่งเอกสารที่ต้องวิ่งรับส่งงาน…..และก็อีกหลายอย่าง
ในตอนต่อไปผมจะเริ่มอธิบายเกี่ยวกับเรื่องการเตรียมไฟล์ที่ถูกต้องตามหลักของผู้พัฒนาโปรแกรมได้วางแนวทางไว้
(โปรดติดตามตอน 2)
การทำงานเกี่ยวกับข้อความอย่างมีประสิทธิภาพ
หลายคนมักชอบใช้ Shortcut เวลาทำงาน ดังนั้นผมจึงมาขอแนะนำการใช้ Shortcut ที่เกี่ยวกับการใช้งานข้อความมาให้เรารู้จักกันเพื่อจะได้เป็นประโยชน์ทำให้เราประหยัดเวลา
นึกอะไรไม่ออกกด คลิ๊กขวา ไว้ก่อน
การใช้คำสั่งนี้ผมเชื่อว่าหลายคนได้ใช้กันเป็นประจำ เพราะว่าอย่างน้อยเมื่อเรากดเลือกข้อความแล้วคลิ๊กขวาที่เม้าส์ (สำหรับ Mac ที่ไม่มีปุ่มคลิ๊กขวา ก็ใช้วิธีกด Ctrl แทน) ซึ่งการกดเลือกคลิ๊กขวานี้อย่างน้อยจะเป็นสัญญาณบอกเราว่าเราสามารถจะทำอะไรกับข้อความนี้ได้บ้าง
กดปุ่ม Cmd (Mac) หรือ Ctrl (Win) ขณะที่ใช้ Type Tool
ในขณะที่เรากำลังแก้ไขข้อความ หรือพิมพืข้อความอยู่ หากต้องการขยาย หรือย่อ Text Frame เราไม่ต้องเปลี่ยนเครื่องมือมาเป็น Selection เราสามารถกดปุ่ม Cmd (Mac) หรือ Ctrl (Win) แล้วเลื่อนเม้าส์ไปที่มุมของ Text Frame แล้วจัดการย่อขยายได้เลย (แต่ถ้าเราเปลี่ยนไปใช้ Selection tool จะกลายเป็นการย่อขยายทั้งข้อความและ Text Frame)
กดปุ่ม Option (Mac) เมื่อต้องการ Clear Paragraph Overrides
เมื่อเรากำหนด Paragraph Style แล้วเรามีการปรับเปลี่ยน หรือมีการกำหนด Style มาก่อน ที่เรียกว่า Overrides (สังเกตุได้จากจะมีเครื่องหมาย + อยู่ด้านหลัง) หากเราต้องการจะ Clear Overrides ให้กดปุ่ม Option แล้วคลิ๊กที่ Paragraph Style นั้น ก็จะเป็นการ Clear Overrides ได้อย่างรวดเร็ว
สำหรับ Keyboard Shortcut สามารถไปดาวน์โหลดได้ที่นี่
GREP Style with Thai Language
การใช้งาน GREP Style ที่เป็นความสามารถใหมาใน Adobe InDesign CS4 สำหรับภาษาไทยสามาารถใช้งานได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งจะช่วยให้การทำงานด้านเอกสารต่างๆ ง่ายขึ้น เพราะเราสามารถที่จะกำหนดรูปแบบตัวอักษรไปตามตำแหน่งตางๆ ภายใต้เรื่องหมายวรรคตอนได้
วิดีโอการใช้งานนี้ผมได้จัดทำขึ้นเพื่อแนะนำวิธีการใช้งานเบื้องต้น สิ่งที่ผู้ใช้งานจะต้องระลึกเสมอเวลาทำงานคือการใช้เครื่องหมายวรรคตอนที่ถูกต้อง การเขียนการพิมพ์ข้อความต้องเป็นระเบียบแบบแผน ซึ่งจะช่วยให้เรานำระบบและความสามารถของ InDesign มาจัดการได้อย่างเต็มที่
ปัญหาการใช้งานภาษาไทยสำหรับคนที่ยังไม่เข้าใจ
เรามักจะคุยกันเรื่องปัญหาภาษาไทยในระบบคอมพิวเตอร์ ที่เราเจอปัญหาอยู่ในขณะนี้ หลายคนยังไม่เข้าใจว่าปัญหาที่แท้จริงเป็นอย่างไร มีอะไรบ้าง เพราะส่วนใหญ่มักจะมองว่าปัญหาของภาษาไทยอยู่ที่ Font และตำแหน่งวรรณยุกต์ที่ลอยสูงเท้งเต้ง….
ความจริงปัญหาภาษาไทยที่ผมกล่าวถึงบ่อยๆ และในบทความที่ผมเขียนในที่ต่างๆ รวมถึงใน web ของ Thai Adobe User Group ที่ผมได้รวบรวมปัญหาไว้ น่าจะพอที่จะทำให้หลายคนได้รับทราบปัญหาที่แท้จริงกันบ้าง
ผมได้พบกับ อาจารย์โชติวัฒน์ ปุณโณปถัมภ์ หัวหน้าภาควิชาออกแบบนิเทศศิลป์ คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งผมได้ปรึกษาเรื่องการทำโครงการแก้ปัญหาภาษาไทยให้ถูกต้องเป็นระบบ เพื่อที่เราจะได้ใช้งานภาษาไทยในโปรแกรมต่างๆ ได้อย่างถูกต้อง
ดังนั้นเพื่อเป็นการนำเสนอเรื่องราวปัญหาของการใช้งานภาษาไทย ผมจึงขอแนะนำวิดีโอแนะนำโครงการนี้ เพื่อให้ผู้ที่ใช้งานภาษาไทยทุกคน ได้รับรู้และเข้าใจปัญหาที่แท้จริง เพื่อที่เราจะได้มาช่วยกันเยียวยาต่อไป
ปัญหาวรรณยุกต์ผิดตำแหน่งใน Adobe InDesign CS4
ถึงแม้ว่า Adobe InDesign CS4จะทำให้การใช้งานของคนไทยเราดีขึ้น เพราะสามรถใช้งานได้โดยไม่ต้องพึ่ง Plugin ใดๆ เหมือนในเวอร์ชั่นเดิมๆ แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นเราต้องทราบว่าในการทำงานนั้นเราต้องใช้แต่ Fonts ที่เข้าระหัสแบบ Unicode เท่านั้น อย่างไรก็ตาม ยังมีปัญหาเล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดจากความไม่เป็นมาตรฐานของ Font ภาษาไทยในบ้านเรา เช่นในกรณีที่วรรณยุกต์ผิดตำแหน่งเช่น ในการพิมพ์คำว่า “น้ำ” บาง Font จะมีปัญหาว่าไม้โทอยู่ในตำแหน่งที่ผิดพลาด
ไม่เพียงแต่อักขระไทย ที่มีปัญหาเท่านั้น ยังมีอีกหลายภาษาต้องได้รับการปรับปรุงเช่นกัน Adobe จึงได้สร้าง Script ขึ้นมา ใช้ชื่อว่า World Ready Style Creation ซึ่งตอนนี้เป็นตัว Prerelease อยู่ซึ่งในจุดประสงค์ในการทำนี้ ต้องการให้สามารถแก้ปัญหาได้ทุกภาษาโดยเมือตอนออกมาจริงๆ อาจจะใชชื่อว่า World Almost-Ready Composer ก็ได้ ผมได้มีโอกาสทดสอบ Scriptนี้ จากการแลกเปลี่ยนข้อมูลกับ Tim Cole ปรมาจารย์ InDesign ของ Adobeโดยได้มีการทดสอบการใช้งานภาษาไทยในบาง Font ที่มีปัญหา การใช้งาน World Ready Style Creation ที่เป็น Script นี้ก็เหมือนการใช้ Script โดยทั่วไป เพียงแต่ Script นี้เวลาจะใช้งานให้เปิดโปรแกรมขึ้นมา แล้วสั่ง run Script เราก็จะได้ Paragraph Style ขึ้นมาใน Panel ของ Paragraph 2 ตัว อันหนึ่งเป็น Single Line Composer อีกอันหนึ่งเป็น Paragraph Composerซึ่งมีความหมายว่าเมื่อเรา Run Script แล้วจะมี Composer เพิ่มขึ้นมาที่ Panel สำหรับกำหนด Paragraph Style ตรง Justification (คล้ายๆ กับการใช้งานของ TSP เพียงแต่ไม่ปรากฎ Composer ที่ Paragraph Panelเท่านั้น) สำหรับ Font ที่มีปัญหาและผมลองใช้ World Ready Style Creation แล้วแก้ปัญหาได้ดีก็เช่น Font ตระกูล DB และตระกูล TH สำหรับ Font ชุดล่าสุดคือชุด TF นั้นได้ทำการแก้ไขจากขั้นตอนการทำ Font แล้ว เลยไม่ต้องใช้ World Ready Style Creation
สำหรับการใช้งานโดยละเอียดดูได้จากวิดีโอนี้และผู้ที่อยากได้ Script นี้ไปใช้ ก็สามารถ ติดต่อมาที่ผมโดยตรงครับ
GREP ความสามารถใหม่ใน InDesign CS4
GREP เป็นรูปแบบการใช้งานคำสั่งแบบ Advance และการกำหนด GREP style นี้จะอยู่ในคำสั่ง การตั้งค่าของ Paragraph Styles ซึ่งผมจะยกตัวอย่างเพื่ออธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ว่าเมื่อไรเราจะมากำหนด GREP style เช่น ในกรณีที่ข้อความของเรามีรูปแบบตัวหนังสือที่พิมพ์มาผิดรูปแบบที่เราต้องการ เช่น กรณีที่พิมพ์เบอร์โทร (045)66-2323 แต่เราต้องการเป็น 0-456-62323 และมีจำนวนรายการแบบนี้เยอะมาก การจัดการด้วย GREP ก็จะทำให้เราทำงานง่ายขึ้น
หรือในกรณีที่เราต้องการเปลี่ยน Character Style ของรูปแบบข้อความบางตำแหน่งใน Paragraph Style เช่นในกรณีที่เรามีการพิมพ์ข้อความที่มีสัญญลักษณ์เครื่องหมายวรรคตอนอยู่ในคำนั้น เราก็สามารถใช้ GREP Style จัดการได้ เช่น หากในข้อความทั้งหมดเรามีการพิมพ์ ตัวเลขไว้ เราต้องการให้ทุกตำแหน่งที่เป็นตัวเลข เปลี่ยนไปใช้อีก Character Style หนึ่ง เราก็สามารถใช้คำสั่งที่ GREP Style นี้ได้เช่นกันที่สำคัญความสามารถนี้ใช้งานกับภาษาไทยได้อย่างสมบูรณ์ครับ
สามารถดูวิธีการใช้งานได้ที่นี่ http://tv.adobe.com/#vi+f1582v1852
การสร้างเส้นรูปแบบอื่นกับ InDesign CS4
หลายคนที่ใช้งาน Adobe inDesign CS4 อาจจะรู้สึกว่าในเวอร์ชั่นนี้ทำไม Adobe ยังไม่ทำให้เราสามารถกำหนดรูปแบบเส้น (Stroke) ได้เอง ซึ่งตอนที่ผมได้ทดสอบโปรแกรมนี้ครั้งแรก ผมก็ยังได้ทำการส่งความต้องการความสามารถนี้กลับไปทาง Adobe เหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้รับการปรับปรุงมาให้อย่างที่ต้องการไป
อย่างไรก้ตามในคู่มือของการทดสอบ ผู้พัฒนาได้แทรกความสามารถเล็กๆ มาให้ใน CS4 ด้วยการพิมพ์ชื่อบุคลิกของกราฟฟิค เช่น Woof หรือ Feet ลงไปในรูปแบบของเส้นที่จะทำการกำหนด
วิธีการก็คือเมื่อเราสร้างเส้นเรียบร้อยแล้ว หรือยังไม่สร้างก็ได้ ไห้ไปที่ Stroke > Stroke Style แล้วเลือก New Stroke Style จัดการเลือกรูปแบบแล้วพิมพ์ชื่อ (ตามรายละเอียดข้างล่าง) แล้วเลือก Add เข้าไป (ไม่ต้องสนใจว่ามันจะแสดงผลอย่างไร)
ตั้งชื่อพร้อมชนิดของเส้น ตามรายชื่อข้างล่างนี้
- ตั้งชื่อว่า Woof เลือกรูปแบบ Dash
- ตั้งชื่อว่า Lights เลือกรูปแบบ Dash
- ตั้งชื่อว่า Happy เลือกรูปแบบ Dash
- ตั้งชื่อว่า Feet เลือกรูปแบบ Dash
- ตั้งชื่อว่า Rainbow เลือกรูปแบบ Stripe
- ตั้งชื่อว่า Rasta เลือกรูปแบบ Stripe
แล้วเราก็จะได้เส้นตามตัวอย่าง (ดังภาพ)

แต่เมื่อได้ตามที่พิมพ์ลงไปแล้ว เราไม่สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบได้ เราทำได้เพียงเพิ่มขนาดเท่านั้น แต่สามารถเอาไปใช้งานพิมพ์ได้อย่างไม่มีปัญหาครับ
อ้างอิงจาก: http://indesignsecrets.com/easter-egg-stroke-styles.php
การปรับช่องไฟภาษาไทยใน InDesign CS4
สำหรับการใชงานภาษาไทย สิ่งที่ InDesign CS4 สามารถช่วยให้ผู้ใช้งานภาษาไทยทำงานได้ดยไม่ต้องติดตั้งอุปกรณ์เสริม ทั้ง Hardware lock หรือ Software lock เพราะใน CS4 นี้ เราสามารถใช้ภาษาไทยได้เลย โดยผู้ใช้ต้องเลือกใช้ Font ที่เข้ารหัสแบบ Unicode โดยสามารถใช้งานได้ทั้งบนระบบปฏิบัติการ Mac OS และ Windows
แต่สิ่งหนึ่งที่เราต้อทำความเข้าใจก็คือการปรับระยะช่องไฟให้สวยงาม ดังนั้นวิธีการกำหนดค่าที่จะทำให้ข้อความของเราสามารถทำการตัดคำได้สวยงามและสามารถควบคุมคำบางคำที่ต้องการให้ตัดคำตามที่เราต้องการก็ควรกำหนดดังภาพนี้
สิ่งที่ควรสังเกตุคือ การที่เลือก Adobe Single-line Composer หมายถึงการที่เราต้องการตัดคำเองบางคำโดยการใช้คำสั่ง No Brake หรือคำสั่ง Nonbreaking Space เพราะการเลือกคำสั่งนี้จะยืดหยุ่นกว่าการเลือก Adobe Paragraph Composer ทั้งหมดนี้เป็นการจัดการสำหรับภาษาไทยที่จะทำให้ดูการตัดคำ และช่องไฟสวยงามขึ้น
ยินดีต้อนรับเข้าสู่ InDesign Thai อีกครั้ง
นับเป็นยุคที่ 3 แล้ว หลังจากที่เริ่มแรกเลยผมได้ก่อตั้ง InDesign Thai ขึ้นมาเพื่อเป็นเว็บบอร์ดสำหรับผู้ใช้งานเกี่ยวกับ Adobe แต่มาได้สักพักชื่อเว็บมันเจาะจงเกินไป ผมเลยสร้าง Thai Adobe User Group ขึ้นมา และทำให้เว็บแห่งนี้ผันตัวเองเป็นภาษาอังกฤษ แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะมีแต่คนสมัครสมาชิก และความเคลื่อนไหวในบอร์ดไม่เกิดขึ้น ผมก็เลยขอเปลี่ยนมาใช้ที่แห่งนี้ เป็นที่เผยแพร่ความรู้การใช้งาน Adobe InCopy Adobe InDesign และ Adobe InDesign Server มาไว้ตรงนี้ และจะพยายาม Update ข้อมูลทุกอย่างที่เกี่ยวกับการใช้งานมาไว้ที่นี่ ซึ่งผมจะเริ่มเขียนบทความและรวบรวมข้อมูลต่างๆ มาให้อ่านกันเรื่อยๆ แน่นอน
















