ด้วยความสามารถหลักๆของรุ่นนี้ มันน่าตื่นตาตื่นใจ สามารถใช้ Mercury Playback Engine ช่วยให้คุณสามารถทำงานได้เร็วขึ้นอย่างมากถึงแม้ระยะเวลาการแก้ไขที่ความละเอียดซับซ้อนสูงเช่น HD และ 4K นอกจากนี้ยังสนับสนุนการทำงานที่ไม่ใช้เทป Tapeless WorkFlow) ซึ่งทำให้เราสามารถทำงานวิดีโอได้เร็วขึ้นและมีความยืดหยุ่นมากขึ้นและขยายการสนับสนุน Native Format เพื่อช่วยให้มีประสิทธิภาพผลคุณภาพสูงที่มีรูปแบบใหม่ล่าสุดรวม RED R3D, XDCAM HD 50, AVCCAM และ AVC – Intra เป็นกล้อง DSLR รูปแบบวิดีโอ
นอกจากนี้ยังมีบริการใหม่ CS Live ซึ่งเป็น Online Service ของทาง Adobe เพื่อให้เราสามารถ นำสคริปต์เราใส่เข้าไปใน metadata – rich เพื่อสร้างรายการอัตโนมัติใน OnLocation
นับเป็นความตื่นตาตื่นใจ เรามาดูขั้นตอนการทำงานของการทำ Production กันดีกว่าว่า Adobe Premiere CS5 ได้ช่วยอะไรเราได้บ้าง
1. Pre-Productionn ในขั้นตอนนี้ เราสามารถนำสคริปต์ของเรามาใส่ใน CS Live เพื่อทำงานกับ Onlocation ได้ โดยการ Mark in และ out ใน คลิปของ Onlocation ได้เลย
2. Production ด้วยความสามารถที่เป็น 64 Bit ทำให้เราสามารถดึงความสามารถของฮาร์ดแวร์ออกมาใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งเรายังสามารถทำงานกับ Footage ที่มี Format ต่างๆ ร่วมกันได้อาทิเช่น RED R3D, XDCAM EX, AVC-Intra, และ DVCPROHD นอกจากนี้เรายังสามารถ จัดการกับ Clip Video ที่มีขนาด 1920×1080 ได้อีกด้วย และที่สำคัญเรายังสามารถนำเข้า (import) และส่งออก (Export) โปรเจ๊กต์ไปส่ง Apple Final Cut Pro และ Avid ได้ด้วย
เรียบเรียงโดย @thinkafe
ติดตามวิดีโอแนะนำการใช้งานเร็วๆนี้











