มีหลายคนสงสัยในเรื่องชนิดของไฟล์ PDF/X สำหรับงานพิมพ์ ว่าจะใช้อะไรดี และมันต่างกันอย่างไร ซึ่งในคำถามนี้หลายคนอาจจะไม่เข้าใจในกระบวนงานที่ผู้พัฒนาเทคโนโลยีได้กำหนดแนวทาง ขอบเขตการใช้งาน และข้อจำกัดต่างๆ ว่าแท้จริงแล้วในแต่ละรูปแบบของไฟล์ PDF/X นั้น มีที่มาที่ไปและการใช้งานเป็นอย่างไร
ก่อนอื่นต้องอธิบายให้คนใช้งานโปรแกรมชุด CS4 เข้าใจก่อนว่า หากคุณทำงานที่ Adobe InDesign CS4 แล้ว การที่คุณจะส่งงานไปให้ศูนย์บริการยิ่งสะดวก และง่ายในการควบคุมเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจาก InDesign CS4 ได้มีความสามารถใหม่อย่างหนึ่งคือ Live Preflight ที่จะช่วยตรวจสอบงานให้เราอย่างแม่นยำ และก็ทำให้เราไม่ต้องกังวลว่าการส่งไฟล์งานเป็น PDF จะมีปัญหาหรือไม่ เพราะหากไม่ปรากฏข้อความเตือนตามที่เรากำหนดไว้ ก็สามารถ Export เป็น PDF ตามต้องการได้เลย
สามารถดาวน์โหลด Profile ได้ที่นี่
คราวนี้มาถึงเรื่องสำคัญคือจะใช้ PDF/X อะไร วันนี้หากเราทำงานโดยไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับใคร หรือเราทำงานกันแบบรู้จุดหมายปลายทางเดียวกัน อันนี้เราก็จะใช้ PDF/X1-a เพราะรูปแบบนี้จะทำการฝังข้อมูลการจัดการสีปลายทางติดแน่นไปกับไฟล์แล้ว ไม่ควรจะเปลี่ยนแปลงเป้าหมายปลายทางหรือโปรไฟล์สีอีก แต่ถ้ามีความรู้เกี่ยวกับการจัดการสี(วันนี้ควรจะรู้กันแล้ว) เราก็ควรจะมาใช้เป็น PDF/X-3 ที่ยังสามารถใช้ระบบจัดการสีที่ปลายทางได้เพราะในระหว่างที่เราทำการ Export ไฟล์ไปเป็น PDF กระบวนการจัดการสียังไม่มีการทำงาน Convert โปรไฟล์สี ยกเว้นเราทำงานด้วยเอฟเฟ็ค ที่มี เรื่องของ Transparency มาเกี่ยวข้อง โปรแกรมจะไม่สามารคงโปรไฟล์สีไว้ได้ ต้องมีการ Flatten Transparency ให้เป็น CMYK ตาม Profile ของ Documment ที่กำหนดไว้ ซึ่งทั้ง PDF/X-1a และ PDF/X-3 นั้นอยู่ในมาตรฐานของ PDF 1.3 ที่มีข้อจำกัดเรื่องนี้ ทำให้มีการคิดแก้วิธีการจนได้มาถึงแนวทางที่จะให้ PDF/X-4
PDF/X-4 เป็นทางออกของข้อจำกัดการทำงานที่ต้องการคงไว้ซึ่งการเป็น Transparency โดยที่ยังไม่มีการ Flatten Transparency และที่สำคัญคือการที่จะมาตอบสนองการใช้งานที่ยังคงไว้ซึ่ง Layer นอกจากนี้ยังต้องเตรียมการใช้งานที่เกี่ยวข้องกับคำสั่ง Conditionnal Text ที่ถือว่าเป็นความสามารถหนึ่งที่จะต่อเชื่อมไปถึงระบบการพิมพ์แบบ Variable Data (VDP) จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ PDF/X-4 ต้องก้าวเข้ามาอยู่ในมาตรฐานของ PDF 1.6 แต่สามารถเปิดให้ใช้ PDF 1.4 ได้ไหม คำตอบคือได้ แต่จะไม่มีการทำงานในรูปแบบ Optional Layer มันก็เหมือนกับมันไม่สอดคล้องกับเจตนาของการทำงานที่แท้จริง
ในรายละเอียดของเรื่อง PDF/X นั้น ณ วันนี้ไม่ได้เป็นเรื่องที่ยุ่งยากใดๆ ทั้งสิ้น ที่สำคัญคือกระบวนการสร้างงานด้วยโปรแกรมเริ่มต้นต่างหาก เช่น Photoshop Illustrator และ InDesign ถ้าทำงานด้วยความเข้าใจตามขั้นตอน จะเป็น PDF/X อะไร ก็สามารถทำได้อย่างสมบูรณ์ เหมือนที่ คุณสุปรีย์ ทองเพชร ยกตัวอย่างไว้ว่า
ถ้านักออกแบบทำงานโดยไม่ได้แยกเลเยอร์ตั้งแต่ต้น ต่อให้เป็น PDF/X-10 ก็ไม่สามารถแยกเลเยอร์ได้ ก็เพราะมันไม่ได้ทำมาแต่แรก แล้วมันจะใช้ความสามารถได้อย่างไร











