by Kajorn Bhirakit
Friday September 10th 2010

ทำความเข้าใจเรื่องการใช้งานซอฟท์แวร์ลิขสิทธิ์

จากการที่มีข่าวว่าตำรวจจะทำการตรวจจริง จับจริงผู้ที่ใช้ซอฟท์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับผมโดยตรงคือ Adobe ซึ่งย่อมมีผลกระทบกับผู้ดำเนินกิจการด้านอุตสาหกรรมการพิมพ์ และบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบหลายบริษัท ซึ่งผมเองได้เคยแนะนำ และให้ความเห็นในที่สาธารณะมาตลอดเวลาว่า ทั้งหลายทั้งปวงนี้เกิดจากความเข้าใจผิดของคนในวงการของเราเอง ที่เราได้รับซอฟท์แวร์ต่างๆ เหล่านี้ฟรีติดเครื่องมาตั้งแต่ต้น จนไม่ได้ผนวกรวมเข้าไปกับต้นทุนการผลิตตั้งแต่แรก และกลายมาเป็นความเชื่อแบบผิดๆ ทั้งคนออกแบบ ร้านแยกสี และโรงพิมพ์ว่า​ ซอฟท์แวร์มันแพง ใครจะซื้อ แต่ไม่ย้อนนึกกลับไปดูบ้างว่า ทำไมเครื่องมือบางอย่างหรือซอฟท์แวร์บางตัวแสนแพงกว่า Adobe อีก แต่ทำไมยินดีที่จะซื้อแบบถูกลิขสิทธิ์

ผมเขียนบทความนี้เพื่อจะให้เราหันกลับมาคิดสักนิดว่าการที่เราจะลงทุนซื้อซอฟท์แวร์สักชุด มันจะช่วยอะไรเราได้บ้าง และเราควรจะทำอย่างไรถึงจะคุ้มค่าที่สุดเมื่อเราได้ลงทุนซื้อซอฟท์แวร์

ในส่วนของนักออกแบบ ผู้สร้างสรรค์งาน ความจริงเรื่องนี้น่าจะเป็นที่เข้าใจง่ายในเรื่องการลงทุนถ้าเราเริ่มทำความเข้าใจกับการใช้งานของซอฟท์แวร์ สิ่งที่เราจะปฏิบัติคือติดตั้งซอฟท์แวร์ใช้งานเฉพาะที่จำเป็นหรือเลือกใช้งานซอฟท์แวร์ให้ตรงกับงาน ไม่ใช่เล่นลงกันทุกโปรแกรม เพราะที่ผ่านมามันเถื่อนทั้งหมดก็เลยลงทั้งหมด ทั้งๆ ที่ใช้งานอยู่ไม่กี่โปรแกรม และที่สำคัญหากต้องมีการซื้อซอฟท์แวร์จริงๆ ก็ควรจะซื้อเฉพาะผู้ที่มีอาชีพเท่านั้น เพราะว่าวันนี้หากมีใครนึกอยากจะทำแผ่นพับขึ้นมาสิ่งแรกที่เขาคิดคือ หาโปรแกรมมาทำงาน แทนที่จะหาคนมาทำงาน คือแทนที่จะยอมเสียเงินไปจ้างนักออกแบบ กลับคิดว่าทำแผ่นพับชิ้นเดียวไปที่พันธ์ทิพไปหาแผ่นโปรแกรมมาลง พอมีปัญหาก็ใช้โทรถามเอา หรือถามตามกระทู้ต่างๆ ซึ่งต่อไปนี้ถ้าทุกคนทราบว่าโปรแกรมมันแพงก็จะไม่มีใครไปซื้อโปรแกรมมาทำงานเอง เพราะการส่งให้คนออกแบบที่มีหน้าที่ทำงานก็จะสะดวกกว่าและราคาค่าออกแบบก็จะต้อสูงขึ้นเมื่อมีต้นทุนสูง (เมื่อก่อนค่าทำอาร์ทเวิร์คสูงกว่าปัจจุบัน) อาชีพออกแบบก็จะกลับมามีรายได้เพิ่มขึ้นเพราะไม่มีการแย่งงานราคาถูกจากคนที่ไม่มีหน้าที่โดยตรง

ในส่วนของร้านแยกสี ซึ่งผมแปลกใจมากที่ไม่ยอมรับไฟล์งาน PDF เพราะถ้าพยายามรับงาน PDF ทั้งหมด ร้านแยกสีก็จะไม่ต้องลงทุนซื้อซอฟท์แวร์มาทำงาน เพราะงานเสร็จมาแล้วจากลูกค้า จากนักออกแบบ และที่ผมไม่เห็นใจเพราะทำไมบางคนยอมเสียเงินซื้อโปรแกรมราคาเป็นแสนเพื่อมาทำการ Convert รูป RGB เป็น CMYK แต่ไม่ยอมเสียเงินครึ่งแสนซื้อโปรแกรมของ Adobe ที่เขาใช้มากที่สุด รวมไปถึงการที่เขามีเงินซื้อโปรแกรม Imposition หรือโปรแกรม Pitstop ได้ แต่ไม่ยอมซื้อ Adobe Acrobat และที่สำคัญตอน Adobe ลดราคาซอฟท์แวร์ลงมาถูกมากแค่ประมาณ 2 หมื่น จากเกือบ 5 หมื่น กลับไม่สนใจจะซื้อกัน เอาเงินไปซื้อ iPhone บ้าง BB บ้าง กลับไม่คิดว่าแพง

วิธีแก้ในส่วนร้านแยกสีและโรงพิมพ์ก็คือ หันมารับงานที่ส่งเป็น PDF เท่านั้น หากไม่อยากซื้อซอฟท์แวร์ หรือถ้าลงทุนซื้อซอฟท์แวร์ก็คิดค่าแก้ไขการทำไฟล์เสียบ้างเพราะมันมีต้นทุนแล้ว ลองย้อนกลับไปคิดกันหน่อยซีครับว่าทำไมค่า Plate มันถูกลงมามากจนบ่นกัน ก็เพราะทุกคนคิดแต่จะเอาตัวรอดไม่สร้างระบบให้มันเข้มแข็ง และทำร้ายกันเองมากกว่า

วันนี้ร้านแยกสี โรงพิมพ์ควรจะเข้าใจในสิ่งที่ผมพยายามให้ความรู้คนออกแบบให้เขาทำงานอย่างถูกวิธีการ ส่งไฟล์เป็น PDF อย่างถูกต้อง เพราะหากเราทำกันอย่างนี้แต่แรก ร้านแยกสีและโรงพิมพ์ก็ไม่ต้องลงทุนซอฟท์แวร์ ส่วนคนออกแบบก็ต้องทำงานให้ถูกต้องตามขั้นตอน และก็ควรจะได้รับค่าตอบแทนเพิ่มเติมจากค่างานเช่น อาจได้จากส่วนต่างของร้านแยกสีที่ทำงานเร็วขึ้น ต้องคิดราคาถูกลงเอาเงินส่วนนี้มาให้นักออกแบบ เมื่อนักออกแบบได้เงินเพิ่มส่วนนี้ เขาก็ต้องพยายามสร้างไฟล์งานให้เรียบร้อยที่สุดเพราะเป็นรายได้ของเขา

เจ้าของร้านแยกสีไม่คิดอะไรเลยเหรอครับ เมื่อมีงานทำเพลตราคา 4500 บาทเหมือนกัน แต่ชิ้นหนึ่งยิงฟิล์มครึ่งชั่วโมงก็เสร็จแล้ว กับอีกงานหนึ่งต้องใช้เวลายิงฟิลม์เป็นวันแต่ได้เงินเท่ากัน

สุดท้ายฝากไปยังชมรมสิ่งพิมพ์อิเล็คทรอนิคส์ น่าจะเป็นที่พึ่งของวงการจริงๆ กลับมีอาการมึนเมาออกทะเลทั้งโครงการ PDF/X และอีกโครงการคือ โครงการ Open Source Software เพื่ออุตสาหกรรมการพิมพ์ ถ้าทำเพื่อพัฒนาศึกษาไม่เป็นไร แต่อย่าเอาวิธีคิดว่าทำเพราะซอฟท์แวร์มันแพงเลยหาทางออกใหม่เพราะวิธีคิดแบบนี้มันไม่ได้พัฒนาวงการพิมพ์เลยครับ แทนที่เราจะให้ความรู้คนให้สามารถใช้เทคโนโลยีที่มีในอุตสาหกรรมได้ เรากลับมาทำให้คนทำงานต้องมาเริ่มต้นใหม่ ความคิดนี้ไม่ต่างกับการคิดทำ Fonts เพราะมีการจับลิขสิทธิ์ มันกลายเป็นว่าการกระทำแบบนี้ไม่สนับสนุนความคิดสร้างสรรค์ ไม่สนับสนุนคนคิดงาน เพราะแทนที่จะให้ความรู้เรื่องความสำคัญของการใช้งาน การลงทุน การเข้าถึงเทคโนโลยี แต่กลับกลายเป็นอย่าไปซื้อของมันเพราะมันแพง….แทนที่จะมาบอกว่าจะใช้งานอย่างไรให้คุ้มค่า ถ้ามีสมองแค่นี้ก็ไม่แปลกใจเลยครับที่วงการพิมพ์บ้านเราไม่เข้าใจเรื่องการใช้งานซอฟท์แวร์ที่แท้จริงจนถึงวันนี้

การทำงานเพื่อสังคม การพัฒนาวงการคือการทำงานที่เสียสละ ไม่ใช่งานรักษาหน้าตาของตนเอง ควรจะหาคนที่มีความรู้จริงๆ มาทำงาน และก็มีใจ และความตั้งใจจริงพร้อมที่จะให้อย่างถูกวิธีการ


Leave a Reply

You must be logged in to post a comment.