by Kajorn Bhirakit
Monday July 28th 2014

การเตรียมไฟล์เพื่องานพิมพ์ (ตอนจบ)

การทำงานด้วย Adobe InDesign
ในส่วนของการทำงานด้วยโปรแกรม Adobe InDesign ซึ่งเป็นโปรแกรมที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการทำงานสิ่งพิมพ์ และเป็นโปรแกรมที่ยืดหยุ่นที่สุดสำหรับการควบคุมเรื่องการจัดการสี เป็นโปรแกรมที่มีลูกเล่นมากเพียงพอที่จะสร้างงานกราฟิคอย่างที่นักออกแบบหลายคนมักชอบทำที่ Adobe Illustrator ซึ่งผมก็รู้สึกแปลกใจว่าทำไมนักออกแบบไม่ยอมใช้โปรแกรม Adobe InDesign ในการสร้างงานก็ไม่รู้

สำหรับการทำงานด้วยโปรแกรม Adobe InDesign CS4 ที่ผมจะแนะนำต่อไปนี้ก็คงจะมุ่งเน้นไปที่การเตรียมไฟล์เพื่องานพิมพ์ เพราะบทความนี้ไม่ใช่บทความที่จะสอนวิธีการทำงานด้วย Adobe InDesign แต่จะเป็นบทความที่จะอธิบายถึงขั้นตอนการเตรียมไฟล์สำหรับการพิมพ์มากกว่า ซึ่งขั้นตอนในการเตรียมไฟล์เพื่องานพิมพ์ที่ควรทราบมีดังนี้
1. รู้ตัวเองก่อนว่าจะทำอะไร วันนี้การทำงานด้านสิ่งพิมพ์ของบ้านเรามีปัญหาตั้งแต่เริ่มต้น เพราะเราขาดการเรียนรู้เรื่องกระบวนการทำงานตั้งแต่แรก นักออกแบบจะทำหนังสือก็ไม่เคยศึกษาเรื่อง GRID ไม่รู้จักส่วนประกอบต่างๆ ของสิ่งพิมพ์ ไม่รู้จักการเข้าเล่มและอีกหลายอย่าง ทำให้กระบวนงานต่างๆของเราผิดฝาผิดตัว แล้วก็ทำแบบมั่วๆ จนเป็นที่ยอมรับในหมู่นักออกแบบสมัยใหม่ ที่ไม่สนใจชนิดของสิ่งพิมพ์ แล้วก็เลยกลายเป็นการสร้างค่านิยม หรือมาตรฐานในแนวคิดแบบผิดๆ ไปถึงต้นตอของการศึกษา เพราะว่าคนสอนเองก็ไปหลงประเด็นกับงานออกแบบมากกว่าโครงสร้างของสิ่งพิมพ์ ก็เลยกลายมาเป็นการสร้างปัญหาตั้งแต่เริ่มงาน ดังนั้นก่อนที่จะทำงานด้วย Adobe InDesign อย่างน้อยผู้ที่ทำงานจะต้องตระหนักว่า เราต้องมีการสร้างรูปแบบ หรือร่างแบบก่อนที่จะทำงานเพื่อที่จะได้ทำงานในขั้นตอนต่อไปได้ และต้องแยกให้ออกว่า นิตยสาร ใบปลิว จุลสาร หนังสือพิมพ์ แผ่นพับ ฯลฯ มันมีความแตกต่างกันอย่างไร และมันมีข้อกำหนดที่แตกต่างกันอย่างไร
2. ตั้งค่า Preflight Profile ในเวอร์ชั่น CS4 มีความสามารถใหม่เพิ่มขึ้นมาเพื่อให้นักออกแบบได้ตรวจสอบการทำงานของตัวเองว่าไฟล์งานที่ทำอยู่นั้น มีมาตรฐานตามที่เราต้องการหรือไม่ เช่นหากเรากำหนดให้ภาพต้องเป็นความละเอียดระหว่าง 300-350 dpi เมื่อเราทำงานแล้วปรากฏว่าภาพที่เราใช้ความละเอียดไม่ได้ตามที่ต้องการก็จะมีการเตือนขึ้นมาที่ Preflight Panel ซึ่งทำให้เราสามารถทำงานได้ถูกต้องมากขึ้น การกำหนดให้ตรวจสอบเรื่อง Preflight นี้ สามารถกำหนดให้ทำงานได้ตั้งแต่ การตรวจสอบขนาด การเผื่อตัดตก การจัดการสี การทำงานเรื่องข้อความ ฯลฯ
3. ทำความเข้าใจเรื่อง Color Management การทำงานด้วยโปรแกรม Adobe InDesign ก็เหมือนกับการทำงานที่ Adobe Illustrator นั่นก็คือต้องมีการกำหนดค่า Color Settings ให้เหมือนกัน และเมื่อเราเอาไฟล์ RGB หรือ CMYK ที่ฝังโปรไฟล์สีที่ไม่ตรงกับ Working Spaces ที่เรากำหนดไว้ โปรแกรม Adobe InDesign จะทำการ Assign Profile เข้าไปสู่ Document Working Spaces โดยอัตโนมัติ นี่ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่เราควรจะใช้ Color Profile เดียวกันทั้งหมด เพื่อที่เราจะได้ไม่ต้องทำงานโดยการ Convert Profile มากจนเกินไป
4. พยายามสร้างงานด้วย Style หลายคนที่ยังทำงานติดรูปแบบโดยการเลือกกำหนดตัวอักษร หรือ Fonts เป็นแบบเลือกเอาทีละจุด เรื่องนี้เป็นผลให้นักออกแบบหลายคนไม่เข้าใจวิธีการทำงานที่เป็นระบบเลยทำให้การสร้างงาน การแก้ไขงานเป็นเรื่องยุ่งยาก ดังนั้นผู้ที่จะทำงานด้วยโปรแกรม Adobe InDesign จะต้องสามารถใช้งาน Character Style, Paragraph Style, Table Style, Cell Style และ Object Style ถ้าหากไม่สามารถทำงานด้วย Style เหล่านี้ได้ก็อย่าคิดทำงานด้วย Adobe InDesign เพื่อสร้างภาระให้กับคนอื่นเลย
5. ตรวจสอบงานให้ครบถ้วน หลังจากที่ได้ทำการสร้างงานจนเสร็จแล้วก่อนที่จะทำการ Package งาน หรือส่งงานไปที่อื่น ลองตรวจสอบการทำงานด้วยการดูที่ View > Overprint Preview ว่าเรามีการกำหนดให้มีการใช้งาน Overprint หรือไม่ เมื่อตรวจสอบเรียบร้อยแล้วก็ไปดูว่าเรามีการใช้งานเกี่ยวกับการแยกสีอย่างไรด้วยการไปที่ Windows > Output > Separation Preview เพื่อที่เราจะได้ทำการตรวจสอบเรื่องจำนวนสีในการแยกสี มีการกำหนดในเรื่องสีพิเศษหรือไม่ และตรวจสอบเรื่อง Ink Limit ที่เหมาะสมกับการพิมพ์ด้วยโดยเราสามารถตรวจสอบได้จากที่เดียวกันนี้
6. กำหนดค่าการ Output ให้ถูกต้อง งานที่เราทำเกือบทุกงานผมเชื่อได้เลยว่าต้องมีเรื่อง Transparency เข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งก็คล้ายๆ กับการทำงานที่ Adobe Illustrator นั่นก็คือเราต้องมีการกำหนดค่าเรื่อง Transparency Flattener preset เช่นเดียวกัน เพราะค่าที่กำหนดมาจากพื้นฐานของโปรแกรมยังไม่ละเอียดพอที่เราต้องการ ดังนั้เราต้องเข้าไปตั้งค่าให้เหมาะสม โดยไปที่ Edit > Transparency Flattener preset เลือก New แล้วกำหนดค่า Raster/Vector Balance ที่ 100 ตรงช่อง Line Art and Text Resolution ที่ 2400 ppi และกำหนดค่า Gradient and Mesh Resolution ที่ 300 ppi หลังจากนั้นก็ทำการ Save การตั้งค่านี้ไว้ เพื่อนำไปใช้ในตอนที่เราจะทำการ Export ไปเป็นไฟล์ PDF เพื่อการพิมพ์ต่อไป
7. ทำการ Package ไฟล์งาน เมื่อทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ถึงตอนที่จะทำการเก็บไฟล์ โดยการเลือก Package File เพื่อทำการรวบรวมส่วนประกอบต่างๆ ของไฟล์งานให้อยู่ใน Folder เดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น Fonts ภาพประกอบทั้้งหมด ตัวไฟล์ InDesign และรายละเอียดทั้งหมดของไฟล์ ซึ่งจะทำให้เราสามารถนำ Folder งานทั้งหมดไปทำงานต่อที่ไหนก็ได้ เพราะทุกอย่างถูกรวบรวมมาไว้ใน Folder เดียวกันหมด
8. Export เป็น PDF อย่างเดียว เมื่อทำการ Package เรียบร้อยแล้ว ลืมเรื่องการ Print Postscript ไปเลยมันโบราณแล้ว ตอนนี้เราใช้วิธี Export ไปเป็น PDF โดยตรง โดยเลือกเป็น PDF/X-3 แล้วกำหนดดังนี้
- เลือก Adobe PDF Preset ที่ PDF/X-3:2002
- ไปที่ Marks and Bleeds เลือกตรง Bleed and Slug แล้วก็คลิกตรง Use Document Bleed Settings
- ไปที่ Advanced ดูตรง Transparency Flattener ให้เลือก Preset ที่เราสร้างไว้ (ตามข้อ 6.) เพราะค่า Default ที่เลือกไว้เป็น High Resolution นั้นยังละเอียดไม่พอนะครับ
- Save Preset เมื่อกำหนดเรียบร้อยแล้วควรจะ Save การตั้งค่านี้ไว้ คราวหน้าเราจะได้ไม่ต้องมากำหนดใหม่อีก
- สั่ง Export ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย
9. ไปตรวจสอบไฟล์ PDF ก่อนส่ง เมื่อทำการ Export ไฟล์เรียบร้อยแล้ว เราก็ลองไปตรวจสอบไฟล์ PDF ของเราด้วยตัวเราเองได้ด้วยการนำไฟล์ไปเปิดด้วยโปรแกรม Adobe Acrobat 9 เมื่อเราเปิดไฟล์ที่เป็น PDF/X แล้ว ตรง Navigation Panel ด้านซ้ายมือจะมี Icon Standard ปรากฏขึ้นมาแจ้งสถานะของความเป็นไฟล์มาตรฐาน PDF/X หรือเพื่อความแน่ใจก็ให้ไปที่ Advance > Print Production > Preflight แล้วก็ลองทำการ Preflight ตามเงื่อนไขที่เรากำหนดดู ถ้าไม่ขึ้นการเตือนว่ามีปัญหาก็สามารถส่งไฟล์ไปที่ศูนย์บริการได้เลย

ทั้งหมดที่ผมอธิบายมาก็เป็น 9 ขั้นตอนง่ายๆ สำหรับการทำงานจาก Adobe InDesign เพื่อไปทำงานสิ่งพิมพ์ แต่สำหรับการสร้างงานจริงๆ ไม่ได้มีเพียงแค่นี้นะครับ ซึ่งเป็นหน้าที่และบทบาทในการทำงานในส่วนการออกแบบจัดทำ แต่ทั้งหมดต้องคำนึงถึงข้อจำกัดของโปรแกรม และวิธีการทำงานที่ถูกต้อง อย่าคิดว่าทำแบบมั่วๆ ก็สามารถทำได้ เพราะประสิทธิภาพการทำงานนั้นอยู่ที่ว่าเราสามารถทำงานโดยไม่ใช้เวลามากเกินไป ไม่มีการทำแบบขอไปที ไม่มีการหมกเม็ด ไม่มีการหลอกลูกค้าด้วยการทำงานขึ้นมาแบบลูบหน้าปะจมูก ทุกอย่างมันมีบทเรียนในการทำงานครับ


Reader Feedback

2 Responses to “การเตรียมไฟล์เพื่องานพิมพ์ (ตอนจบ)”

  1. [...] ทั้งหมดนี้เป็นขั้นตอนการทำงานด้วยโปรแกรม Adobe Illustrator สำหรับการเตรียมไฟล์เพื่องานพิมพ์ หากใครที่ทำแบบนี้แล้วส่งไปยังศูนย์บริการแล้วถูตีกลับมาแสดงว่าเขาทำงาน PDF ไม่เป็นครับ(อ่านต่อตอนจบ) [...]

Leave a Reply

You must be logged in to post a comment.