เข้าสู่ปีที่ 5 ของ Thai adobe User Group ซึ่งนโยบายในปีนี่ เราจะให้ความรู้เฉพาะผู้ที่ลงทะเบียนเป็นสมาชิกเท่านั้น ดังนั้น หากงานใดๆ ที่จัดขึ้นโดย Thai Adobe User Group เช่น กิจกรรม TechSaturday ผู้ที่สามารถลงทะเบียนได้คือผู้ที่มีชื่ออยู่ในแบบฟอร์มนี้เท่านั้น รวมไปถึงการเข้าร่วมกิจกรรมออนไลน์ทุกครั้ง
เนื่องจากการเข้าเป็นสมาชิกของ Thai Adobe User Group ทุกคนสามารถเข้ามาเป็นสมาชิกได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ดังนั้นจึงไม่มีอุปสรรค หรือปัญหาในทำนองที่ว่าเราปิดกั้นโอกาสการเรียนรู้ของทุกคน ซึ่งหากผู้ใช้งานร่วมมือให้ระบบได้ดำเนินไปอย่างมีมาตรฐาน ผมเชื่อได้ว่าสังคม Thai Adobe User Group จะสามารถดำรงต่อไป โดยผู้นำคนต่อไปอาจเป็นใครก็ได้ ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นผม
หลังวันที่ 30 เมษายนนี้ เฉพาะสมาชิกที่ส่งแบบฟอร์มกลับมาให้เราท่านั้นจึงจะได้ความสะดวกสบายจากกิจกรรมของเรา
กรุณากรอกแบบฟอร์มแล้ว Save ไฟล์ เป็นชื่อ Username ของท่าน ส่งกลับมาที่ kajornbhirakit at gmail.com
ท่านสามารถเข้าไป ดาวน์โหลดแบบฟอร์ม ได้ที่นี่ คลิ๊ก
หากท่านสงสัยวิธีการกรอกแบบฟอร์มสามารถชมได้จากวิดีโอนี้
ข่าวสารทั่วไป
TAUG
19 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา 13.00 – 17.00 น. ณ ห้องอัญมณี โรงแรมบางกอกเซ็นเตอร์ ตรงข้ามหัวลำโพง
ขอเชิญสมาชิก Thai Adobe User Group ร่วมงาน สัมมนาฟรี VectorWorld 2010 งานสัมมนาที่จะถ่ายทอดวิธีการใช้งานโปรแกรม Adobe Illustrator และ Adobe Flash ในเรื่องราวของการวาดภาพ การสร้างสรรค์งาน Illustration งานนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ทำงานทางด้านออกแบบ และสร้างสรรค์งานกราฟฟิก รวมไปถึงการสร้างภาพเคลื่อนไหวในรูปแบบของ Flash Animation
กำหนดการ 12.30 น. ลงทะเบียน 13.00 น. Illustrator Tips&Tricks 14.45 น. Coffee Break 15.15 น. Flash Animation 17.00 น. ซักถามปัญหา และปิดการสัมมนา
ลงทะเบียนที่นี่ สนับสนุนการจัดงานโดย I.T.Solution Computer (Thailand) Co., Ltd.
Uncategorized
จาการที่ Apple เปิดตัว iPad ออกมา เป็นที่ตื่นเต้นกันทั่วโลก แต่สำหรับผมแล้ว ผมคาดการณ์ไว้แต่แรกว่า IPad นั้นคือ iPod Touch ขนาดใหญ่เท่านั้น และเนื่องจากผมเองได้ทำเรื่อง epub, Digital Printing มาโดยตรงจาก Adobe InDesign และข้อมูลต่างๆ ผมก็ได้รับรู้พร้อมๆ กับทีมงานของ Adobe ผมจึงไม่แปลกใจกับการเปิดตัวครั้งนี้ แต่ที่จะต้องชื่นชมเป็นพิเศษคือ ระบบการทำประชาสัมพันธ์ของ Apple ที่เหนือกว่า Adobe มากมายนัก เพราะการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ของ Apple ทุกชิ้น สะกดหลายคนให้เฝ้ารอเวลาได้อย่างใจจดใจจ่อ
อย่างที่บอกแต่ต้น ผมไม่แปลกใจในเรื่องที่เกี่ยวกับ epub หรือ Digital Magazine หรือสิ่งพิมพ์ต่างๆ ก็เพราะ การที่ Time.Inc ได้มีการแนะนำ Digital Magazine ไว้ตั้งแต่ปีที่แล้ว และ ผมเองก็ต้องทำข้อมูลเรื่องนี้ กับการทดสอบโปรแกรม Adobe InDesign ก็เลยเข้าใจในบริบทที่เป็นไปโดยพอสมควร
เมื่อเราเห็นเทคโนโลยีเหล่านี้แล้ว หลายคนอาจวิตกจริตว่า อีกหน่อยงานพิมพ์คงไม่มีเหลือให้ช่วงชิงกันแล้วหรือ ผมเองไม่ได้คิดเช่นนั้น โดยเฉพาะในประเทศไทย ที่หากมีใครอยากจะพุ่งเป้ามาทำ ePub จริงๆ คงต้องน้ำลายติดคอเมื่อมาเจอปัญหาโลกแตกเรื่องมาตรฐาน UTF-8 กับ UTF-16 ของภาษาไทย ที่ไม่มีใครมาสนใจใยดีอะไรเลย เพราะทุกคนอาจจะคิดว่า ก็ใช้ไฟล์ PDF ในการอ่านก็ได้ ซึ่งผมไม่ได้ว่าใช้ PDF ไม่ได้ แต่เพราะว่าอารมณ์ของไฟล์ PDF มันไม่สอดคล้องกับการอ่านบน Device ในขนาดต่างๆ กัน
ผมเขียนบทความนี้ เพื่อเป็นการกระตุ้นความคิดเริ่มต้นก่อนว่า เราอย่าเพิ่งไปหลงไหลกับ Device แต่เราหันมามองกันที่ รูปแบบไฟล์กันก่อน เพราะว่าการเริ่มต้นทำหนังสือ ทำ Content ต่างๆ มันต้องเริ่มต้นด้วยกระบวนการ Page Layout มากกว่า 80% นั่นคือจะต้องใช้โปรแกรมประเภท Page Laout ในการทำงาน ซึ่งกระบวนการต่อจากนี้แหละที่จะนำไปสู่ ePub เราจะเจออุปสรรคการ encoding ภาษาไทย
แต่ถ้าเราไม่สนใจภาษาไทยก็สามารถไปเอาข้อมูลการเตรียมไฟล์สำหรับ ePub ที่นี่ครับ
็การทำงานด้วย InDesign CS4 เป็น ePub
Communication , การเตรียมพิมพ์ , ข่าวสารทั่วไป
วันเสาร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา 12.30-17.30 น. ณ โรงแรมบางกอกเซ็นเตอร์
ปิดรับลงทะเบียนแล้ว ผู้ที่สนใจไม่สามารถลงทะเบียนได้ กรุณาติดตามการถ่ายทอดผ่าน Adobe Connecthttp://adobechats.adobe.acrobat.com/bkkidug/
Bangkok InDesign User Group ขอเชิญทุกท่านเข้าร่วมงานสัมมนาการใช้งานโปรแกรม Adobe InDesign CS4 สำหรับงานพิมพ์ และเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ จากผลิตภัณ์จากค่าย WoodWing ที่สามารถช่วยให้คุณสามารถสร้างสรรค์งานสิ่งพิมพ์ของคุณไม่ว่าจะเป็น หนังสือ นิตยสาร หนังสือพิมพ์ และหนังสือในระบบอิเลคทรอนิกส์ทุกชนิด
ปิดรับลงทะเบียนแล้ว
ข่าวสารทั่วไป
เปิดศักราชปีเสือขึ้นมา บรรดา Partner ของ Adobe ในส่วนของ Print Service Provider ต่างก็จะได้รับ Email แจ้งข่าวว่าในอีก 1 เดือนข้างหน้า หรือนับจากวันที่ 4 กุมภาพันธ์ เป็นต้นไป ทาง Adobe ได้หยุดการบริการและการต่ออายุสำหรับพันธมิตรที่เป็น Adobe Print Service Provider ทั่วโลก
การที่ Adobe ได้ประกาศยกเลิกโครงการนี้ ได้ให้เหตุผลสั้นๆ ว่า ไม่คุ้มกับการลงทุนด้านเทคโนโลยีที่จะมารองรับการให้บริการ แต่ Adobe ยังคงสนับสนุนอุตสาหกรรมการพิมพ์ และทำการพัฒนาซอฟท์แวร์เพื่ออุตสาหกรรมด้านนี้อย่างต่อเนื่องเหมือนเดิม
ผมเองพอจะทราบข่าวคราวด้านนี้มาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ว่า Adobe จะมีการเปลี่ยนนโยบายด้านอุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์ โดยเริ่มจากแนวทางของซอฟท์แวร์ที่ปรากฎในงาน MAX2009 และสิ่งที่เริ่มทำให้คนวงการอุตสาหกรรมการพิมพ์แปลกใจอีกอย่างคือ การผิดเวลาในการวางตลาดซอฟท์แวร์ Adobe Acrobat เวอร์ชั่นใหม่ ซึ่งผู้ที่ทำงานด้านสิ่งพิมพ์เมื่อก่อนจะต้องให้ความสำคัญกับการมาของ Adobe Acrobat ว่าจะมาช่วยงานพิมพ์ได้ดีอย่างไร แต่ผลสุดท้ายหลายคนก็บอกว่าสำหรับงานเตรียมพิมพ์ มันคงจบที่ Acrobat 9 และท่าทางจะเป็นเช่นนั้น ซึ่งผมคงจะพูดให้ฟังในงาน TAUG 0110 ผมเคยบอกทุกครั้งที่มีงาน TechSaturday ว่า แนวทางการทำงาน Adobe ได้พยายาม สร้างเครื่องมือที่สามารถให้ Designer สามารถเตรียมไฟล์งานสิ่งพิมพ์ได้อย่างถูกต้องสมบูรณ์ เพราะต่อไปนี้ การลงทุนที่คุ้มที่สุดคือการลงทุนที่ให้บริการแก้ไขไฟล์งานน้อยที่สุด บรรดาร้านแยกสี โรงพิมพ์ จะโดนเทคโนโลยีซอฟท์แวร์บีบบังคับทั้งเรื่องลิขสิทธิ์ และกระบวนการใช้งานที่ถูกต้อง ดังนั้นข่าวคราวเรื่อง Print Service Provider อาจจะไม่ส่งผลให้กับผู้เกี่ยวข้องในบ้านเราในระยะเวลาอันใกล้นี้
แต่เราไม่คิดที่จะปรับตัวด้วยการเต็มใจของเราเองหรือ หรือจะให้เหตุการณ์จวนตัวมาบีบบังคับอีก เริ่มเรียนรู้ที่ถูกต้อง เลิกเอาเปรียบกันด้วยการหวงวิชาความรู้เหมือนเมื่อก่อนได้แล้ว โลกวันนี้ มันค้นหาความจริงได้เพียงปลายนิ้ว ขึ้นอยู่ว่ามันจะเร็วหรือช้าเท่านั้น
การเตรียมพิมพ์ , ข่าวสารทั่วไป
ผ่านพ้นไปอีกหนึ่งปีนะครับ สำหรับผู้ที่ทำงานด้านสิ่งพิมพ์ และผู้ใช้งานโปรแกรม Adobe InDesign ปีหน้าที่จะมาถึง เรายังต้องเรียนรู้การใช้งานมากขึ้น ด้วยวถีแห่งสื่อที่เปลี่ยนไปสู่ ดิจิทัล มากมายด้วยการ Publish ไปยังสื่อต่างๆ ที่เราต้องจับตาดูผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่จะมีขึ้นในปีใหม่นี้ แต่พึงระลึกว่า เทคโนโลยรไปไกลเพียงใด แต่จุดเริ่มต้นยังเหมือนเดิม คือต้องมีการวางแผน มีการทำความเข้าใจในเทคโนโลยีและการใช้เครื่องมือที่ถูกต้อง ผมขอเป็นกำลังใจให้มือใหม่ได้มีวิธีการเรียนรู้ให้มากขึ้น ส่วนมือเก่าก็อย่าท้อใจว่าวิธีการที่เราทำมันเปลี่ยนไป เปิดใจด้วยการพิจารณาเหตุและผล เราจะประสบความสำเร็จเองครับ
สวัสดีปีใหม่ครับ
ข่าวสารทั่วไป
ผมมักจะพูดถึงเรื่องมาตรฐานการใช้งานภาษาไทยกับโปรแกรมที่ต้องทำงานในด้านการพิมพ์ งานเอกสารสิ่งพิมพ์ทุกประเภทว่า เราทำงานโดยไม่ได้สนใจกันในเรื่องการพิมพ์ต้นฉบับ เราไม่ใส่ใจที่จะสร้างมาตรฐานการพิมพ์ Word Processing ให้มันถูกต้องเป็นระบบ เรามักจะพิมพ์ตามใจเราไม่เคยสนใจเลยว่าเราจะหยุดข้อความที่เป็นประโยค หรือคำ ด้วยเครื่องหมายวรรคตอนอย่างไร ผมเคยถามหลายคนว่าเวลาเราพิมพ์ชื่อและนามสกุลเราจะเว้นความห่างโดยวิธีใด
ผมได้มีโอกาสอ่านหนังสือคู่มือการใช้งานเครื่องหมายวรรคตอนของราชบัณฑิตยสถาน ได้ระบุว่าระหว่างชื่อและนามสกุลให้เว้นเป็นวรรคเล็ก “EmSpace” (แก้ไขความหมายให้ความเข้าใจตรงกัน-ผู้เขียน) และระหว่างชื่อยศกับชื่อให้เว้นห่างเท่ากับวรรคเล็ก นั่นก็แสดงว่าความจริงแล้วในการเขียนหรือพิมพ์ภาษาไทยเราก็มีกฏระเบียบในการเขียนอยู่แล้ว ซึ่งคู่มือที่ผมกล่าวถึงนี้ได้ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 2530 ถึงวันนี้ก็ 22 ปี มาแล้ว
ตามราชบัณฑิตกำหนดไว้ก่อนมีคอมพิวเตอร์ วรรคเล็ก คือ การเว้นวรรคประมาณเท่า 1 ตัวอักษร วรรคใหญ่ คือ การเว้นวรรคประมาณ 2 เท่าตัวอักษร ผมได้ให้ความเห็นว่า ในการพิมพ์คอมพิวเตอร์ มันไม่มี Space ที่มีขนาด 2 เท่าตัวอักษร เพราะถ้าเกินจากนี้มันจะใช้วิธีอืนที่ไม่ใช่ Space พอมาพูดกับเขาเรื่องระบบดิจิทัล ผมก็บอกว่า ในระบบของการพิมพ์ในคอมพิวเตอร์ การเว้นเท่ากับขนาดตัวอัษรมันมี 2 ตัว Em Space กับ Nonbreaking Space ซึ่งตัวหลังมันมีขนาดเท่ากับตัวอักษรจริง แต่ไม่เท่ากับขนาด Point Size จะเห็นได้ว่าถ้าเป็นเช่นนี้ วรรคเล็กที่หมายถึงคือ Em Space แต่วรรคใหญ่ในระบบพิมพ์ มันไม่มีคำเรียก เพราะเราไม่มี Double Em Space ผมก็บอกให้เขาน่าจะเปลี่ยนให้สอดคล้องกับ คำสั่งที่มีแบบนี้ เลยทำให้ผมฝังใจว่า วรรคใหญ่ ที่คุยกับราชบัณฑิต เป็น Em space
สำหรับการใช้งานกับโปรแกรม Adobe InDesign เฉพาะเรื่องคำสั่งเว้นวรรค (White Space) ก็มีทั้งหมด 13 รูปแบบเข้าไปแล้ว แต่เรากลับรู้จักเพียงแค่การเคาะ 1 ครั้ง 2 ครั้ง 3 ครั้ง…ขึ้นอยู่กับความพอใจในการเว้นระยะ ซึ่งความจริงแล้วการทำงานที่ถูกวิธีเราต้องเลือกใช้คำสั่งกำหนดการเว้นวรรคด้วยคำสั่งที่สร้างมาโดยเฉพาะ เพราะสิ่งที่ตามมาของการทำงานคือจะทำให้เราทำงานข้ามรูปแบบต่างๆ ได้จากภาษามาตรฐาน XML หรือ IDML ที่จะทำให้งานของเราสามารถไปปรากฏบนสื่อต่างๆ ได้อย่างแม่นยำ และมีการจัดเก็บรูปแบบข้อมูลได้อย่างถูกต้อง และมีประโยชน์สำหรับการแก้ไขด้วยความสามารถของ GREP style ได้อีกด้วย
คำสั่ง White Space ที่ผมกล่าวถึงนี้อยู่ที่ Type > Insert White Space ซึ่งมีความหมายดังนี้
Space (การเคาะธรรมดา 1 เคาะ) : เป็นการกำหนดความกว้างตามตัวอักษรที่เกิดจากการกำหนดโดยผู้ออกแบบตามรูปแบบตัวอักษร ดังนั้นความกว้างแบบนี้จึงจะไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับการเลือกใช้ Font และอีกปัจจัยหนึ่งก็คือการ Justification ที่ขึ้นกับระยะช่องไฟในแต่ละบรรทัดด้วย (จึงไม่แปลกที่บางครั้งการเคาะ 1 เคาะอาจกว้างกว่าการเคาะ 2 เคาะ) Em Space (ผมอนุมานว่าน่าจะคือ วรรคใหญ่ : ความเห็นส่วนตัว) คือช่องว่างขนาดเท่ากับตัวอักษร เช่นหากเราใช้ Font 24pt ความกว้างของ Em Space ก็จะเท่ากับ 24pt ดังนั้นหากเราใช้ Font ที่ไม่เหมือนกันแต่ขนาดเท่ากัน เมื่อเราใช้ Em Space ระยะห่างก็จะยังเท่ากันอยู่ และเป็นระยะห่างที่ตายตัว ไม่มีการเปลี่ยนแปลงถึงแม้เราจะปรับ Tracking ของ Font ก็ตาม (จากภาพระหว่าง Font ไทยกับ Font ภาษาอังกฤษ ที่ขนาดเดียวกันแต่แสดงผลไม่เท่ากัน ระยะ Em Space ยังเท่ากันอยู่)
En Space (ผมอนุมานว่าน่าจะคือ วรรคเล็ก : ความเห็นส่วนตัว) ซึ่งมีความกว้างเท่ากับ ครึ่งหนึ่งของ Em SpaceThird Space มีขนาดเท่ากับ 1 ใน 3 ของ Em SpaceQuarter Space มีขนาดเท่ากับ 1 ใน 4 ของ Em SpaceSixth Space มีขนาดเท่ากับ 1 ใน 6 ของ Em SpaceThin Space มีขนาดเท่ากับ 1 ใน 8 ของ Em SpaceHair Space มีขนาดเท่ากับ 1 ใน 24 ของ Em SpaceNonbreaking Space มีขนาดเท่ากับ 1 ตัวอักษรจริงๆ แต่ยังมีขนาดที่ปรับเปลี่ยนไปตามการปรับ TrackingNonbreaking Space (fixed width) มีขนาดเท่ากับ 1 ตัวอักษรจริงๆ คงที่ ตายตัวPunctuation Space ความกว้างเท่ากับเครื่องหมายวรรคตอนเช่น จุด หรือ ลูกน้ำ ขึ้นกับขนาด Font นั้นๆFigure Space ความกว้างเท่ากับตัวอักษรที่เป็นตัวเลขใน Font นั้นๆFlush Space มีขนาดเท่ากับ 1 ตัวอักษรเมื่อเราสั่ง Justified แบบปกติ แต่จะทำงานเมื่อเราต้องการจัดให้ตัวหนังสือวิ่งไปเต็มการจัดตัวแบบ Fully Justified (ตามภาพ)
จะเห็นได้ว่าการเว้นวรรคที่จะสามารถใช้งานได้สมบูรณ์เรายังต้องเรียนรู้และทำความเข้าใจ เพื่อที่จะทำให้งานเอกสารของเราเข้าสู่ระบบอย่างถูกต้อง และสามารถนำไปใช้งานข้ามระบบสื่อในอนาคตได้อีกมากมายครับ
ทำงานกับข้อความ
เมื่อวันพฤหัสที่ 5 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา รายการ ไซเบอร์ ซิตี้ ที่ออกอากาศ ทุกวันเสาร์ ทางช่อง 5 ดำเนินรายการโดย คุณจอห์น รัตนเวโรจน์ ได้มาสัมภาษณ์พูดคุยกับผม เพื่อที่จะชักชวนผู้ชมไปงาน Photoshop World ที่ปีนี้ได้รับการสนับสนุนจาก สมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ลองดูคลิบวิดีโอเอาเองครับ แล้วก็รีบลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้เลยครับ
Communication , ข่าวสารทั่วไป , ทำงานกับกราฟฟิค
มีหลายคนสงสัยในเรื่องชนิดของไฟล์ PDF/X สำหรับงานพิมพ์ ว่าจะใช้อะไรดี และมันต่างกันอย่างไร ซึ่งในคำถามนี้หลายคนอาจจะไม่เข้าใจในกระบวนงานที่ผู้พัฒนาเทคโนโลยีได้กำหนดแนวทาง ขอบเขตการใช้งาน และข้อจำกัดต่างๆ ว่าแท้จริงแล้วในแต่ละรูปแบบของไฟล์ PDF/X นั้น มีที่มาที่ไปและการใช้งานเป็นอย่างไร
ก่อนอื่นต้องอธิบายให้คนใช้งานโปรแกรมชุด CS4 เข้าใจก่อนว่า หากคุณทำงานที่ Adobe InDesign CS4 แล้ว การที่คุณจะส่งงานไปให้ศูนย์บริการยิ่งสะดวก และง่ายในการควบคุมเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจาก InDesign CS4 ได้มีความสามารถใหม่อย่างหนึ่งคือ Live Preflight ที่จะช่วยตรวจสอบงานให้เราอย่างแม่นยำ และก็ทำให้เราไม่ต้องกังวลว่าการส่งไฟล์งานเป็น PDF จะมีปัญหาหรือไม่ เพราะหากไม่ปรากฏข้อความเตือนตามที่เรากำหนดไว้ ก็สามารถ Export เป็น PDF ตามต้องการได้เลย สามารถดาวน์โหลด Profile ได้ที่นี่
คราวนี้มาถึงเรื่องสำคัญคือจะใช้ PDF/X อะไร วันนี้หากเราทำงานโดยไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับใคร หรือเราทำงานกันแบบรู้จุดหมายปลายทางเดียวกัน อันนี้เราก็จะใช้ PDF/X1-a เพราะรูปแบบนี้จะทำการฝังข้อมูลการจัดการสีปลายทางติดแน่นไปกับไฟล์แล้ว ไม่ควรจะเปลี่ยนแปลงเป้าหมายปลายทางหรือโปรไฟล์สีอีก แต่ถ้ามีความรู้เกี่ยวกับการจัดการสี(วันนี้ควรจะรู้กันแล้ว) เราก็ควรจะมาใช้เป็น PDF/X-3 ที่ยังสามารถใช้ระบบจัดการสีที่ปลายทางได้เพราะในระหว่างที่เราทำการ Export ไฟล์ไปเป็น PDF กระบวนการจัดการสียังไม่มีการทำงาน Convert โปรไฟล์สี ยกเว้นเราทำงานด้วยเอฟเฟ็ค ที่มี เรื่องของ Transparency มาเกี่ยวข้อง โปรแกรมจะไม่สามารคงโปรไฟล์สีไว้ได้ ต้องมีการ Flatten Transparency ให้เป็น CMYK ตาม Profile ของ Documment ที่กำหนดไว้ ซึ่งทั้ง PDF/X-1a และ PDF/X-3 นั้นอยู่ในมาตรฐานของ PDF 1.3 ที่มีข้อจำกัดเรื่องนี้ ทำให้มีการคิดแก้วิธีการจนได้มาถึงแนวทางที่จะให้ PDF/X-4
PDF/X-4 เป็นทางออกของข้อจำกัดการทำงานที่ต้องการคงไว้ซึ่งการเป็น Transparency โดยที่ยังไม่มีการ Flatten Transparency และที่สำคัญคือการที่จะมาตอบสนองการใช้งานที่ยังคงไว้ซึ่ง Layer นอกจากนี้ยังต้องเตรียมการใช้งานที่เกี่ยวข้องกับคำสั่ง Conditionnal Text ที่ถือว่าเป็นความสามารถหนึ่งที่จะต่อเชื่อมไปถึงระบบการพิมพ์แบบ Variable Data (VDP) จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ PDF/X-4 ต้องก้าวเข้ามาอยู่ในมาตรฐานของ PDF 1.6 แต่สามารถเปิดให้ใช้ PDF 1.4 ได้ไหม คำตอบคือได้ แต่จะไม่มีการทำงานในรูปแบบ Optional Layer มันก็เหมือนกับมันไม่สอดคล้องกับเจตนาของการทำงานที่แท้จริง
ในรายละเอียดของเรื่อง PDF/X นั้น ณ วันนี้ไม่ได้เป็นเรื่องที่ยุ่งยากใดๆ ทั้งสิ้น ที่สำคัญคือกระบวนการสร้างงานด้วยโปรแกรมเริ่มต้นต่างหาก เช่น Photoshop Illustrator และ InDesign ถ้าทำงานด้วยความเข้าใจตามขั้นตอน จะเป็น PDF/X อะไร ก็สามารถทำได้อย่างสมบูรณ์ เหมือนที่ คุณสุปรีย์ ทองเพชร ยกตัวอย่างไว้ว่า
ถ้านักออกแบบทำงานโดยไม่ได้แยกเลเยอร์ตั้งแต่ต้น ต่อให้เป็น PDF/X-10 ก็ไม่สามารถแยกเลเยอร์ได้ ก็เพราะมันไม่ได้ทำมาแต่แรก แล้วมันจะใช้ความสามารถได้อย่างไร
การเตรียมพิมพ์ , ข่าวสารทั่วไป , ทำงานกับกราฟฟิค
จากการที่มีข่าวว่าตำรวจจะทำการตรวจจริง จับจริงผู้ที่ใช้ซอฟท์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับผมโดยตรงคือ Adobe ซึ่งย่อมมีผลกระทบกับผู้ดำเนินกิจการด้านอุตสาหกรรมการพิมพ์ และบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบหลายบริษัท ซึ่งผมเองได้เคยแนะนำ และให้ความเห็นในที่สาธารณะมาตลอดเวลาว่า ทั้งหลายทั้งปวงนี้เกิดจากความเข้าใจผิดของคนในวงการของเราเอง ที่เราได้รับซอฟท์แวร์ต่างๆ เหล่านี้ฟรีติดเครื่องมาตั้งแต่ต้น จนไม่ได้ผนวกรวมเข้าไปกับต้นทุนการผลิตตั้งแต่แรก และกลายมาเป็นความเชื่อแบบผิดๆ ทั้งคนออกแบบ ร้านแยกสี และโรงพิมพ์ว่า ซอฟท์แวร์มันแพง ใครจะซื้อ แต่ไม่ย้อนนึกกลับไปดูบ้างว่า ทำไมเครื่องมือบางอย่างหรือซอฟท์แวร์บางตัวแสนแพงกว่า Adobe อีก แต่ทำไมยินดีที่จะซื้อแบบถูกลิขสิทธิ์
ผมเขียนบทความนี้เพื่อจะให้เราหันกลับมาคิดสักนิดว่าการที่เราจะลงทุนซื้อซอฟท์แวร์สักชุด มันจะช่วยอะไรเราได้บ้าง และเราควรจะทำอย่างไรถึงจะคุ้มค่าที่สุดเมื่อเราได้ลงทุนซื้อซอฟท์แวร์
ในส่วนของนักออกแบบ ผู้สร้างสรรค์งาน ความจริงเรื่องนี้น่าจะเป็นที่เข้าใจง่ายในเรื่องการลงทุนถ้าเราเริ่มทำความเข้าใจกับการใช้งานของซอฟท์แวร์ สิ่งที่เราจะปฏิบัติคือติดตั้งซอฟท์แวร์ใช้งานเฉพาะที่จำเป็นหรือเลือกใช้งานซอฟท์แวร์ให้ตรงกับงาน ไม่ใช่เล่นลงกันทุกโปรแกรม เพราะที่ผ่านมามันเถื่อนทั้งหมดก็เลยลงทั้งหมด ทั้งๆ ที่ใช้งานอยู่ไม่กี่โปรแกรม และที่สำคัญหากต้องมีการซื้อซอฟท์แวร์จริงๆ ก็ควรจะซื้อเฉพาะผู้ที่มีอาชีพเท่านั้น เพราะว่าวันนี้หากมีใครนึกอยากจะทำแผ่นพับขึ้นมาสิ่งแรกที่เขาคิดคือ หาโปรแกรมมาทำงาน แทนที่จะหาคนมาทำงาน คือแทนที่จะยอมเสียเงินไปจ้างนักออกแบบ กลับคิดว่าทำแผ่นพับชิ้นเดียวไปที่พันธ์ทิพไปหาแผ่นโปรแกรมมาลง พอมีปัญหาก็ใช้โทรถามเอา หรือถามตามกระทู้ต่างๆ ซึ่งต่อไปนี้ถ้าทุกคนทราบว่าโปรแกรมมันแพงก็จะไม่มีใครไปซื้อโปรแกรมมาทำงานเอง เพราะการส่งให้คนออกแบบที่มีหน้าที่ทำงานก็จะสะดวกกว่าและราคาค่าออกแบบก็จะต้อสูงขึ้นเมื่อมีต้นทุนสูง (เมื่อก่อนค่าทำอาร์ทเวิร์คสูงกว่าปัจจุบัน) อาชีพออกแบบก็จะกลับมามีรายได้เพิ่มขึ้นเพราะไม่มีการแย่งงานราคาถูกจากคนที่ไม่มีหน้าที่โดยตรง
ในส่วนของร้านแยกสี ซึ่งผมแปลกใจมากที่ไม่ยอมรับไฟล์งาน PDF เพราะถ้าพยายามรับงาน PDF ทั้งหมด ร้านแยกสีก็จะไม่ต้องลงทุนซื้อซอฟท์แวร์มาทำงาน เพราะงานเสร็จมาแล้วจากลูกค้า จากนักออกแบบ และที่ผมไม่เห็นใจเพราะทำไมบางคนยอมเสียเงินซื้อโปรแกรมราคาเป็นแสนเพื่อมาทำการ Convert รูป RGB เป็น CMYK แต่ไม่ยอมเสียเงินครึ่งแสนซื้อโปรแกรมของ Adobe ที่เขาใช้มากที่สุด รวมไปถึงการที่เขามีเงินซื้อโปรแกรม Imposition หรือโปรแกรม Pitstop ได้ แต่ไม่ยอมซื้อ Adobe Acrobat และที่สำคัญตอน Adobe ลดราคาซอฟท์แวร์ลงมาถูกมากแค่ประมาณ 2 หมื่น จากเกือบ 5 หมื่น กลับไม่สนใจจะซื้อกัน เอาเงินไปซื้อ iPhone บ้าง BB บ้าง กลับไม่คิดว่าแพง
วิธีแก้ในส่วนร้านแยกสีและโรงพิมพ์ก็คือ หันมารับงานที่ส่งเป็น PDF เท่านั้น หากไม่อยากซื้อซอฟท์แวร์ หรือถ้าลงทุนซื้อซอฟท์แวร์ก็คิดค่าแก้ไขการทำไฟล์เสียบ้างเพราะมันมีต้นทุนแล้ว ลองย้อนกลับไปคิดกันหน่อยซีครับว่าทำไมค่า Plate มันถูกลงมามากจนบ่นกัน ก็เพราะทุกคนคิดแต่จะเอาตัวรอดไม่สร้างระบบให้มันเข้มแข็ง และทำร้ายกันเองมากกว่า
วันนี้ร้านแยกสี โรงพิมพ์ควรจะเข้าใจในสิ่งที่ผมพยายามให้ความรู้คนออกแบบให้เขาทำงานอย่างถูกวิธีการ ส่งไฟล์เป็น PDF อย่างถูกต้อง เพราะหากเราทำกันอย่างนี้แต่แรก ร้านแยกสีและโรงพิมพ์ก็ไม่ต้องลงทุนซอฟท์แวร์ ส่วนคนออกแบบก็ต้องทำงานให้ถูกต้องตามขั้นตอน และก็ควรจะได้รับค่าตอบแทนเพิ่มเติมจากค่างานเช่น อาจได้จากส่วนต่างของร้านแยกสีที่ทำงานเร็วขึ้น ต้องคิดราคาถูกลงเอาเงินส่วนนี้มาให้นักออกแบบ เมื่อนักออกแบบได้เงินเพิ่มส่วนนี้ เขาก็ต้องพยายามสร้างไฟล์งานให้เรียบร้อยที่สุดเพราะเป็นรายได้ของเขา
เจ้าของร้านแยกสีไม่คิดอะไรเลยเหรอครับ เมื่อมีงานทำเพลตราคา 4500 บาทเหมือนกัน แต่ชิ้นหนึ่งยิงฟิล์มครึ่งชั่วโมงก็เสร็จแล้ว กับอีกงานหนึ่งต้องใช้เวลายิงฟิลม์เป็นวันแต่ได้เงินเท่ากัน
สุดท้ายฝากไปยังชมรมสิ่งพิมพ์อิเล็คทรอนิคส์ น่าจะเป็นที่พึ่งของวงการจริงๆ กลับมีอาการมึนเมาออกทะเลทั้งโครงการ PDF/X และอีกโครงการคือ โครงการ Open Source Software เพื่ออุตสาหกรรมการพิมพ์ ถ้าทำเพื่อพัฒนาศึกษาไม่เป็นไร แต่อย่าเอาวิธีคิดว่าทำเพราะซอฟท์แวร์มันแพงเลยหาทางออกใหม่เพราะวิธีคิดแบบนี้มันไม่ได้พัฒนาวงการพิมพ์เลยครับ แทนที่เราจะให้ความรู้คนให้สามารถใช้เทคโนโลยีที่มีในอุตสาหกรรมได้ เรากลับมาทำให้คนทำงานต้องมาเริ่มต้นใหม่ ความคิดนี้ไม่ต่างกับการคิดทำ Fonts เพราะมีการจับลิขสิทธิ์ มันกลายเป็นว่าการกระทำแบบนี้ไม่สนับสนุนความคิดสร้างสรรค์ ไม่สนับสนุนคนคิดงาน เพราะแทนที่จะให้ความรู้เรื่องความสำคัญของการใช้งาน การลงทุน การเข้าถึงเทคโนโลยี แต่กลับกลายเป็นอย่าไปซื้อของมันเพราะมันแพง… .แทนที่จะมาบอกว่าจะใช้งานอย่างไรให้คุ้มค่า ถ้ามีสมองแค่นี้ก็ไม่แปลกใจเลยครับที่วงการพิมพ์บ้านเราไม่เข้าใจเรื่องการใช้งานซอฟท์แวร์ที่แท้จริงจนถึงวันนี้
การทำงานเพื่อสังคม การพัฒนาวงการคือการทำงานที่เสียสละ ไม่ใช่งานรักษาหน้าตาของตนเอง ควรจะหาคนที่มีความรู้จริงๆ มาทำงาน และก็มีใจ และความตั้งใจจริงพร้อมที่จะให้อย่างถูกวิธีการ
การเตรียมพิมพ์ , ข่าวสารทั่วไป